ดูหนัง รีวิว ดูน: ภาคสอง (Dune: Part Two, 2024) (2024) เต็มเรื่อง พากย์ไทย ซับไทย HD
Dune: Part Two
ดูหนังออนไลน์ รีวิว ดูน: ภาคสอง (Dune: Part Two, 2024) (2024) เต็มเรื่อง หนังใหม่ชนโรง คมชัดระดับ HD/4K ดูฟรีครบทั้งพากย์ไทยและซับไทย เสียงชัด ภาพคมชัดระดับโรงภาพยนตร์ อัปเดตล่าสุดที่ dunung.co
ภาคแรกใช้เวลาทั้งเรื่องปูโลก แนะนำตัวละคร แล้วจบลงตรงจุดที่เรื่องเพิ่งจะเริ่ม Dune: Part Two คือส่วนที่จ่ายคืนทุกอย่าง และที่น่าสนใจกว่าคือมันจ่ายคืนในรูปแบบที่คนดูจำนวนมากไม่ได้คาดไว้
เรื่องย่อแบบไม่สปอยล์
พอล อะเทรดีส สูญเสียทุกอย่างและต้องเอาตัวรอดในทะเลทรายอาร์ราคิสร่วมกับชาวเฟรเมน เขาเรียนรู้วิถีของพวกเขา ได้รับการยอมรับทีละขั้น ขณะที่คนกลุ่มหนึ่งเริ่มเชื่อว่าเขาคือผู้ที่คำทำนายกล่าวถึง และเขาต้องตัดสินใจว่าจะใช้ความเชื่อนั้นหรือปฏิเสธมัน
หนังฮีโร่ที่ไม่อยากให้คุณเชียร์ฮีโร่
นี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุด ถ้าคุณดูแล้วรู้สึกฮึกเหิมไปกับพอลในองก์สาม หนังกำลังบอกว่าคุณตกหลุมพรางเดียวกับตัวละครในเรื่อง
ต้นฉบับของแฟรงก์ เฮอร์เบิร์ต เขียนขึ้นเพื่อเตือนเรื่องอันตรายของผู้นำที่ถูกยกให้เป็นศาสดา และ เดอนี วีลเนิฟ ก็รักษาแก่นนี้ไว้ครบ ทุกครั้งที่หนังปล่อยฉากยิ่งใหญ่ให้คุณรู้สึกดี มันจะตามด้วยฉากที่ทำให้คุณรู้สึกว่าไม่น่าจะดีขนาดนั้น
ชานี คือมโนธรรมของหนัง
การเปลี่ยนแปลงที่ชัดที่สุดจากหนังสือคือบทของชานี ที่รับบทโดยเซนดายา ในเรื่องนี้เธอไม่ได้เป็นแค่คนรัก แต่เป็นเสียงคัดค้านที่คอยเตือนว่าคำทำนายที่คนของเธอเชื่อคือเครื่องมือควบคุมที่คนนอกปลูกฝังไว้
การมีตัวละครที่ไม่ซื้อสิ่งที่หนังกำลังแสดงให้ดู ทำให้คนดูมีที่ยืนในการตั้งคำถามด้วย และเป็นการดัดแปลงที่ทำให้ประเด็นของต้นฉบับชัดขึ้นแทนที่จะเจือจางลง
งานสร้างระดับที่ต้องดูจอใหญ่
ฉากขี่หนอนทรายครั้งแรกถูกสร้างมาเพื่อโรงหนังโดยเฉพาะ เช่นเดียวกับฉากบนดาวเกียดี ไพรม์ ที่ถ่ายด้วยกล้องอินฟราเรดจนแสงอาทิตย์กลายเป็นสีขาวดำแปลกตา ให้ความรู้สึกว่าที่นั่นไม่ใช่ที่สำหรับมนุษย์จริง ๆ
ดนตรีของ ฮันส์ ซิมเมอร์ ยังคงใช้เสียงที่ฟังไม่ออกว่ามาจากเครื่องดนตรีอะไร ซึ่งช่วยให้โลกนี้ไม่รู้สึกเหมือนโลกเรา และเสียงในโรงคือครึ่งหนึ่งของประสบการณ์
ข้อสังเกต
ข้อแรกที่ต้องบอกก่อนเลยคือ ห้ามดูเรื่องนี้โดยไม่ดูภาคแรก หนังไม่ทวนอะไรให้เลย
ข้อสองคือความยาว 167 นาที ซึ่งยาวจริง และจังหวะช่วงกลางเรื่องเดินช้าเพราะต้องใช้เวลาสร้างความน่าเชื่อถือให้กับการเปลี่ยนแปลงของพอล คนที่มาหาความบันเทิงต่อเนื่องอาจรู้สึกว่าหนังแช่
ข้อสามคือตัวละครรองหลายตัวถูกลดบทบาทลงเพื่อให้เนื้อที่กับภาพใหญ่ ถ้าคุณชอบหนังที่เจาะลึกความสัมพันธ์ระหว่างคน เรื่องนี้ให้ความสำคัญกับการเมืองและศาสนามากกว่า
ดูเรื่องนี้ถ้าคุณ
- ดูภาคแรกมาแล้วและอยากรู้ว่ามันไปจบตรงไหน
- ชอบไซไฟที่พูดเรื่องอำนาจและศรัทธามากกว่าเรื่องเทคโนโลยี
- มีโอกาสได้ดูในโรงที่ระบบภาพและเสียงดี
- รับหนังยาวที่ไม่รีบได้
สรุป
Dune: Part Two คือหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่หนังฟอร์มยักษ์ยอมเสี่ยงกับการทำให้คนดูรู้สึกไม่สบายใจกับตัวเอก แทนที่จะปิดท้ายด้วยชัยชนะที่น่าปรบมือ มันปิดด้วยความรู้สึกที่ค้างคาว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะ
ในแง่งานสร้างมันแทบไม่มีที่ติ ในแง่การดัดแปลงถือว่าซื่อสัตย์ต่อเจตนาของต้นฉบับมากกว่าฉบับไหน ๆ ที่เคยทำมา
คะแนน 9/10 — ต้องดูภาคแรกก่อน และควรดูจอใหญ่ถ้ายังมีโอกาส
อ่านรีวิวเรื่องอื่นต่อ
- รีวิว แมด แม็กซ์ : ถนนโลกันตร์ (Mad Max: Fury Road, 2015) — อีกเรื่องที่ทะเลทรายเป็นตัวละครหนึ่ง
- รีวิว ชนชั้นปรสิต (Parasite, 2019) — หนังที่พูดเรื่องอำนาจโดยไม่ต้องเทศนา
| แนวหนัง | ผจญภัย, ไซไฟ |
|---|---|
| ประเทศ | ฝรั่ง |
| ผู้กำกับ | Denis Villeneuve |
| นักแสดงนำ | Timothée Chalamet, Zendaya, Rebecca Ferguson, Javier Bardem, Josh Brolin |