ดูหนัง รีวิว ตีให้ลั่น เพราะฝันยังไม่จบ (Whiplash, 2014) (2014) เต็มเรื่อง พากย์ไทย ซับไทย HD
Whiplash
ดูหนังออนไลน์ รีวิว ตีให้ลั่น เพราะฝันยังไม่จบ (Whiplash, 2014) (2014) เต็มเรื่อง หนังใหม่ชนโรง คมชัดระดับ HD/4K ดูฟรีครบทั้งพากย์ไทยและซับไทย เสียงชัด ภาพคมชัดระดับโรงภาพยนตร์ อัปเดตล่าสุดที่ dunung.co
Whiplash ถูกเรียกว่าหนังเกี่ยวกับดนตรีแจ๊ส ซึ่งไม่ผิดแต่ก็ไม่ตรงนัก มันคือหนังเกี่ยวกับคำถามข้อเดียวที่ไม่มีคำตอบสวย ๆ คือ ถ้าการถูกทำร้ายทำให้คนคนหนึ่งเก่งขึ้นจริง มันคุ้มหรือเปล่า และหนังก็จงใจไม่ตอบคำถามนั้นให้คุณ
เรื่องย่อแบบไม่สปอยล์
แอนดรูว์ เนแมน เป็นนักศึกษามือกลองปีหนึ่งในโรงเรียนดนตรีชั้นนำของนิวยอร์ก ที่ตั้งเป้าว่าจะเป็นหนึ่งในมือกลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เขาถูกเลือกเข้าวงของเทอเรนซ์ เฟลตเชอร์ วาทยกรที่ขึ้นชื่อเรื่องการปั้นคนเก่ง และขึ้นชื่อเรื่องวิธีการที่โหดร้ายพอ ๆ กัน
หนังดนตรีที่ตัดต่อเหมือนหนังระทึกขวัญ
ฉากซ้อมดนตรีในเรื่องนี้ถูกถ่ายและตัดเหมือนฉากต่อสู้ ภาพระยะใกล้ของมือ ของเหงื่อ ของเลือดบนหนังกลอง สลับกับสายตาของเฟลตเชอร์ที่จับผิดอยู่ตลอด
ผลคือหนังที่ดูแล้วเกร็ง ทั้งที่บนจอมีแค่คนกำลังเล่นดนตรี เดเมียน ชาเซล ทำให้ห้องซ้อมกลายเป็นสังเวียน และทำให้จังหวะที่ผิดเพี้ยนไปเสี้ยววินาทีรู้สึกเหมือนความเป็นความตาย
เจ.เค. ซิมมอนส์ กับบทที่ไม่ยอมให้คุณเกลียดง่าย ๆ
เฟลตเชอร์จะเป็นตัวร้ายที่น่าเบื่อมากถ้าเขาโหดอย่างเดียว แต่หนังให้เขามีเหตุผลที่ฟังขึ้น เขาเชื่อจริง ๆ ว่าคำชมทำลายศักยภาพ และว่าคนที่ยิ่งใหญ่จริงจะไม่ยอมแพ้ไม่ว่าจะโดนอะไร
มีฉากที่เขาพูดกับแอนดรูว์ด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและจริงใจ ก่อนจะเปลี่ยนกลับทันที และความไม่แน่นอนนี้เองที่ทำให้คนดูรู้สึกไม่ปลอดภัยตลอดเวลาเหมือนที่ตัวละครรู้สึก เจ.เค. ซิมมอนส์ ได้ออสการ์จากบทนี้แบบไม่มีข้อกังขา
หนังไม่ได้อยู่ข้างใคร และนั่นคือประเด็น
คนดูจำนวนมากออกจากโรงแล้วเถียงกันว่าตอนจบคือชัยชนะหรือหายนะ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่หนังต้องการ
ถ้ามองมุมหนึ่ง แอนดรูว์ทำสำเร็จในสิ่งที่เขาต้องการมาตลอด ถ้ามองอีกมุม เขาเพิ่งยอมกลายเป็นคนที่เฟลตเชอร์อยากให้เป็น และเสียทุกอย่างนอกเหนือจากนั้นไปแล้ว หนังวางภาพสุดท้ายไว้ให้ตีความได้ทั้งสองทางอย่างตั้งใจ ไม่มีบทพูดสรุปและไม่มีดนตรีบอกว่าควรรู้สึกอะไร
ข้อสังเกต — รวมถึงเสียงจากคนเล่นแจ๊สจริง
นักดนตรีแจ๊สจำนวนไม่น้อยวิจารณ์ว่าหนังเข้าใจแจ๊สผิด เพราะแจ๊สให้ค่ากับการฟังกันและการด้นสด ไม่ใช่การตีให้ตรงเป๊ะตามที่วาทยกรสั่งภายใต้ความกลัว วัฒนธรรมที่หนังวาดจึงใกล้เคียงกับวงดนตรีคลาสสิกหรือค่ายทหารมากกว่า
ข้อวิจารณ์นี้มีน้ำหนัก แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนังเสียหาย เพราะแจ๊สในเรื่องทำหน้าที่เป็นฉากหลังของประเด็นเรื่องอำนาจและความหมกมุ่นมากกว่าจะเป็นเนื้อหาหลัก
อีกข้อคือตัวละครหญิงในเรื่องมีบทบาทน้อยมากและถูกใช้เพื่อแสดงความเปลี่ยนแปลงของแอนดรูว์เป็นหลัก ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่เห็นได้ชัด
ดูเรื่องนี้ถ้าคุณ
- ชอบหนังที่ตั้งคำถามแล้วไม่ยอมตอบให้
- เคยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่กดดันเพื่อผลลัพธ์
- อยากดูการแสดงระดับรางวัลแบบเต็ม ๆ
- ชอบหนังกระชับ ไม่มีไขมัน
สรุป
Whiplash ยาว 107 นาทีและแทบไม่มีฉากที่เสียเปล่า มันเป็นหนังที่ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นไปกับสิ่งที่ตัวเองน่าจะรังเกียจ แล้วปล่อยให้คุณไปจัดการกับความรู้สึกขัดแย้งนั้นเอาเอง
ถ้าคุณอยากได้หนังที่ดูจบแล้วมีเรื่องเถียงกับเพื่อนได้ยาว ๆ นี่คือตัวเลือกที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าคุณอยากได้หนังที่บอกว่าอะไรถูกอะไรผิด เรื่องนี้จะทำให้ผิดหวัง
คะแนน 9/10 — หนังที่ตั้งใจไม่ให้คำตอบ และทำได้อย่างมีชั้นเชิง
อ่านรีวิวเรื่องอื่นต่อ
- รีวิว เคลียร์บัญชีแค้นจิตโหด (Oldboy, 2003) — อีกเรื่องที่ตอนจบทำให้คนดูเถียงกันไม่จบ
- รีวิว ซือเจ๊ทะลุมัลติเวิร์ส (Everything Everywhere All at Once, 2022) — ถ้าอยากได้หนังที่พูดเรื่องความคาดหวังของครอบครัว
| แนวหนัง | ดนตรี, ดราม่า, ระทึกขวัญ |
|---|---|
| ประเทศ | ฝรั่ง |
| ผู้กำกับ | Damien Chazelle |
| นักแสดงนำ | Miles Teller, J.K. Simmons, Paul Reiser, Melissa Benoist, Austin Stowell |