รีวิว ฉลาดเกมส์โกง (Bad Genius, 2017)
Bad Genius
หนังเกี่ยวกับการโกงข้อสอบส่วนใหญ่จบที่มุกตลกหรือบทเรียนmoral ที่แปะท้าย ฉลาดเกมส์โกง ของ นัฐวุต ปูนปิยะ เลือกทางอื่น มันเร่งจังหวะเหมือนหนังปล้นธนาคาร ทั้งที่ของที่ถูกขโมยคือคำตอบในกระดาษข้อสอบ และความตึงนั้นมาจากกฎที่ทุกคนในห้องรู้ดีว่าผิด
เรื่องย่อแบบไม่สปอยล์
ลินเป็นนักเรียนเก่งที่ครูและผู้ปกครองวางใจ เธอเริ่มจากช่วยเพื่อนสนิทให้ผ่านข้อสอบ แล้วงานนั้นขยายจนกลายเป็นเครือข่ายที่ส่งคำตอบข้ามห้องและข้ามประเทศ เงินเข้ามาเร็ว แต่ทุกครั้งที่แผนใหญ่ขึ้น ช่องให้พลาดก็ใหญ่ขึ้นตาม หนังไม่ใช้เวลาอธิบายว่าโกงคือสิ่งผิด คนดูรู้เองตั้งแต่ฉากแรก สิ่งที่มันถามคือระบบที่ให้เด็กบางคนซื้อทางลัดได้ตั้งแต่เกิด กับเด็กที่ต้องเสี่ยงทุกอย่างเพื่อที่นั่งเดียวกัน มันยุติธรรมตรงไหน
ทำไมฉากสอบถึงลุ้นกว่าฉากไล่ล่า
นัฐวุตตัดต่อให้การกะจังหวะนิ้ว การสบตา และการนับข้อ ทำงานแทนคำพูด เสียงนาฬิกาและดินสอกดกระดาษดังพอที่จะทำให้คนดูกลั้นหายใจ ทั้งที่ไม่มีปืน ไม่มีรถชน ความเร็วมาจากข้อจำกัดของเวลาสอบ ซึ่งเป็นกฎที่ละเมิดไม่ได้ การออกแบบแบบนี้ทำให้หนังไทยเรื่องหนึ่งคุยกับหนังอาชญากรรมสากลได้โดยไม่ต้องเลียนฉาก
ตัวละครที่ไม่ได้ถูกเขียนให้บริสุทธิ์
ลินไม่ได้เป็นฮีโร่ผู้ถูกกระทำอย่างเดียว และเพื่อนที่จ้างเธอก็ไม่ได้เป็นตัวร้ายแบบการ์ตูน แต่ละคนมีเหตุผลที่ใช้ได้ในโลกของตัวเอง หนังยอมให้คนดูไม่เห็นด้วยกับทุกคนพร้อมกัน ซึ่งเป็นจุดที่รีวิวแนวสอบหลายเรื่องทำไม่ถึง เพราะรีบตัดสินตัวละครก่อนที่แผนจะพัง
ข้อสังเกต
ครึ่งหลังเร่งแผนจนบางจังหวะใหญ่เกินกว่าที่ห้องสอบจะรับไหว ถ้าคุณต้องการความสมจริงทุกขั้นตอน ตรงนี้อาจสะดุด แต่ถ้าดูเป็นหนังเกี่ยวกับแรงกดดันและการตัดสินใจ มันยังเดินเรื่องได้แน่น
ดูเรื่องนี้ถ้าคุณ
ชอบหนังที่เอาเรื่องใกล้ตัวมาเล่าด้วยจังหวะของหนังระทึก และไม่รังเกียจตัวละครที่ทำสิ่งผิดแล้วต้องอยู่กับผลของมัน
สรุป
ฉลาดเกมส์โกงไม่ได้สอนให้โกง และไม่ได้ปลอบว่าความซื่อสัตย์ชนะเสมอ มันทำให้การสอบซึ่งดูธรรมดา กลายเป็นสนามที่เห็นความเหลื่อมล้ำได้ชัดในเวลาสองชั่วโมง กองบรรณาธิการให้ 8.5/10
| แนวหนัง | ระทึกขวัญ |
|---|---|
| ประเทศ | ไทย |
| ผู้กำกับ | Nattawut Poonpiriya |
| นักแสดงนำ | Chutimon Chuengcharoensukying, Chanon Santinatornkul, Eisaya Hosuwan, Teeradon Supapunpinyo |